วันนี้คงเป็นครั้งแรกที่จะมาทำ Deep-Review ของแบรนด์ที่มาจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ อย่าง Cellcosmet ซึ่งเป็นแบรนด์ที่จำหน่ายกันในคลีนิคแพทย์ผิวหนัง แล้วก็ตามเคาน์เตอร์เครื่องสำอางบางแห่ง คอนเซปต์ของแบรนด์นี้นั้นก็เกี่ยวข้องกับการนำเซลล์มาเป็นส่วนประกอบหลักตามชื่อแบรนด์นั่นแหล่ะ

 photo CellCosmetCellLiftSerum03.jpg


Cellcosmet ใช้แรงบันดาลใจจาก Cell Therapy มาเป็นแบบอย่างในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่ง Cell Therapy นั้นก็มีคอนเซปต์ง่าย ๆ นั่นก็คือ “อวัยวะหรือเซลล์ที่เสื่อมสภาพหรือเจ็บป่วยนั้นสามารถรักษาหรือถูกกระตุ้นได้จากการใช้เซลล์ของอวัยวะเดียวกันที่ยังคงอ่อนเยาว์และแข็งแรง” ดังนั้นผิวหนังที่ร่วงโรยจึงสามารถถูกฟื้นฟูด้วยการนำเซลล์ที่แข็งแรงของผิวหนังมากระตุ้นให้ผิวที่ร่วงโรยกลับมาแข็งแรงขึ้นได้นั่นเอง!!!

แม้คอนเซปต์ของ Cell Therapy นั้นจะฟังดูน่าสนใจ แต่การนำวิธรนี้มาใช้เพื่อการฟื้นฟูสภาพผิว ลดเลือนริ้วรอยนั้นก็ไม่ได้ง่าย ๆ เพราะว่าเป็นที่รู้กันดีว่าทันทีที่เราสกัดนำเซลล์ออกมาจากสิ่งมีชีวิต มันก็จะเริ่มเสื่อมสภาพและตายไป การรักษาด้วย Cell Therapy ที่ทำโดยู้เชี่ยวชาญนั้นจึงต้องสกัดปุ๊ปนำมาใช้ปั๊ป ซ้ำยังมีราคาแพงอีกด้วย

 photo Cell.jpg


ทีนี้ทาง Cellcosmet เขาก็พัฒนากรรมวิธีที่เรียกว่า CellControl ตั้งแต่ปี 1987 ซึ่งสามารถรักษาสภาพของเซลล์ที่สกัดมาได้นานด้วยการใช้ของเหลวพิเศษ ทำให้สามารถนำมาใช้ในเครื่องสำอางได้ นั่นก็คือจุดกำเนิดของแบรนด์ Cellcosmet นั่นเอง

แม้จะเป็นเรื่องราวที่ฟังดูอู้หูววววววว แต่โดยส่วนตัวแล้วปูเป้ก็ยังไม่เห็นข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้จากวารสารทางวิชาการอื่น ๆ เลย ดังนั้นหลักการนี้จะได้ผลจริงหรือไม่ก็ต้องมาทดสอบให้เห็นกับตาน่าจะดีกว่า….

 photo CellCosmetCellLiftSerum06.jpg
Cellcosmet : CellLift Serum (30ml / 17,900 THB) มีส่วนประกอบของสารสกัดเซลล์เข้มข้น 10% โดยทางแบรนด์ระบุว่าเซลล์เหล่านี้สกัดมาจากเนื้อเยื่อผิวชั้นนอก (Epidermis) และผิวชั้นใน (Dermis) ที่เพาะเลี้ยงไว้ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ ส่วนผสมเซลล์ที่ว่านี้น่าจะหมายถึง Hydrolized Keratin / Actin / Elastin / Fibronectin นั่นเอง ซึ่งจากที่บอกไปข้างต้นแล้วว่ายังหาข้อมูลจากแหล่งอื่นมาสนับสนุนถึงคุณสมบัติในการฟื้นฟูผิวไม่ได้ แต่จากความเข้าใจของตัวเองที่มี คุณสมบัติพื้นฐานของสารประกอบโปรตีนคือการให้ความชุ่มชื้นที่ดี และเมื่อนำพวกโปรตีนเหล่านี้มาผ่านกระบวนการไฮดดรไลส์ โปรตีนที่มีขนาดใหญ่จะถูกย่อยจนเล้กลงเป็นเปปไทด์หรือกรดอะมิโน ซึ่งในทางทฤษฏีก็น่าจะทำหน้าที่ในการส่งสัญยาณระหว่างเซลล์เพื่อเสริมการทำงานได้ แต่ตราบใดก็ตามที่ยังไม่มีขอมูลมากกว่านี้ นี่ก็เป็นเพียงข้อสันนิฐานและความคิดเห็นส่วนตัวของปูเป้เท่านั้น

ส่วนผสมอีกอย่างหนึ่งที่ถูกนำมาชูเป็นจุดขายก็คือ Saccharomyces/Xylinum/Black Tea Ferment หรือสารสกัดจาก Kombucha ซึ่งเป็นชาหวานที่ผ่านการหมักบ่มด้วยเชื้อเห็ดรา นิยมดื่มเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมาแต่โบราณในประเทศจีน และแพร่จะจายสู่ยุโรปไปเรื่อย ๆ

 photo Kombucha.jpg


Kombucha นั้นมีสรรพคุณเป็นทั้ง Probiotics ช่วยเพิ่มแบคทีเรียที่ดีให้กับร่างกาย ช่วยลดการอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ แต่การนำมาใช้กับผิวหนังนั้นยังไม่มีการศึกษาเท่าไหร่ มีเพียงข้อมูลเล็กน้อยที่ทดสอบในหนูทดลองว่า Kombucha อาจมีคุณสมบัติในการเร่งการเยียวยาบาดแผลได้

สำหรับสารสกัด Kombucha ที่นำมาใช้ในเครื่องสำอางนี้นี้ น่าจะเป็น NG Kombuchka ของบริษัท Sederma ที่เคลมเรื่องคุณสมบัติในการต่อต้าน Glycation เพื่อป้องกันความคล้ำเหลืองและเปราะบางของคอลลาเจนใต้ผิว ช่วยให้โทนผิวดูสดใสและดูอิ่มขึ้น

ส่วนผสมอื่น ๆก็มีพวกสารให้ความชุ่มชื้กรดอะมิโน โปรตีน แล้วก็เปปไทด์ Acetyl Hexapeptide-3 ที่เคลมคุณสมบัติว่าให้ผลเทียบเคียงกับการทำ BOTOX (ซึ่งโดยส่วนตัวปูเป้คิดว่ามันทำแบบนั้นไม่ได้หรอก…)

 photo CellCosmetCellLiftSerum02.jpg
เนื้อผลิตภัณฑ์เป็นเซรั่มสีเหลืองทอง มีความขุ่นเล็กน้อย เนื้อบางและแห้งไปกับผิวได้ไว ให้ความชุ่มชื้นบาง ๆ ไม่มีส่วนผสมของซิลิโคน แอลกอฮอล์ หรือพิกเมนต์กระจายแสง ดังนั้งผลที่ได้จากการใช้ผลิตภัณฑ์จึงไม่น่าจะมาจากผลทางคอสเมติคที่เคลือบฉาบผิวเอาไว้ ตัวเซรั่มมีกลิ่นจาง ๆ ซึ่งน่าจะมาจาก Rosa Centifolia Flower Extract เพื่อใช้เพื่อกลบกลิ่นที่ไม่หอมนักของส่วนผสม

Ingredients : Aqua/Water/Eau, Hydrolized Keratin, Hydrolized Actin, Hydrolized Elastin, Hydrolized Fibronectin, Saccharomyces/Xylinum/Black Tea Ferment, Pullulan, Propylene Glycol, Glycerin, Saccharide Isomerate, Sorbitol, Lactoglobulin, Phenoxyethanol, Sodium DNA, Chondrus Crispus Extract/Chondrus Crispus (Carrageenan) of Extract, Hydrolyzed Rice Bran Protein, Mel/Honey, Xanthan Gum, Phospholipids, Hyaluronic Acid, Sodium Hyaluronate, Ethylhexylglycerin, Arginine, Rosa Centifolia Flower Extract, Sphingolipids, Sodium Benzoate, Aloe Ferox Leaf Juice Extract, Caprylyl Glycol, Glycine Soja Protein/Glycine Soja (Soybean) of Protein, Oxido Reductases, Sodium Dehydroacetate, Citric Acid, Sodium Citrate, Methylparaben, Dehydroacetic Acid, Potassium Sorbate, Sodium Dextran Sulfate, Acetyl Hexapeptide-3, Ethylparaben, Propylparaben, Butylparaben, Isobutylparaben.

สำหรับการทดสอบผลิตภัณฑ์นั้น ปูเป้ยกให้คุณแม่เป็นหนูทดลอง เพราะตัวเองยังไม่มีปัญหาเรื่องริ้วรอย (มีน้อยมาก) ให้มะม๊าที่อายุ 63 ไปใช้น่าจะเห็นผลที่ชัดเจนกว่า การทดลองใช้ทำโดยใช้ Cellcosmet : CellLift Serum เป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ ทั้งเช้าและเย็น ควบคู่ไปกับการทาครีมกันแดดและมอยซ์เจอไรเซอร์ให้ความชุ่มชื้นที่มะม๊าใช้เป็นประจำอยู่แล้ว การวัดผลทำโดยถ่ายรูปก่อน และหลังใช้ผลิตภัณฑ์เป็นเวลา 4 สัปดาห์ โดยก่อนถ่ายรูปจะมีการทำความสะอาดผิว ซับให้แห้ง และทิ้งเอาไว้ 30 นาทีโดยไม่ทาผลิตภัณฑ์อะไรเลย และภาพที่นำมาเทียบเป็นภาพที่ดึงมาจาก RAW File ไม่มีการปรับแต่งจากการประมวลผลของกล้องแต่อย่างใด

 photo CellCosmetCellLiftSerum04.jpg
 photo CellCosmetCellLiftSerum05.jpg


ผลที่ออกมาหลังจากผ่านไป 4 สัปดาห์ พบว่าริ้วรอยเส้นตื้น ๆ บริเวณผิวรอบดวงตานั้นจางลง ผิวดูอิ่มขึ้น พื้นผิวดูเรียบเนียนและเรียงตัวเป็นระเบียบขึ้น จุดด่างดำบางส่วนดูจางลงอีกด้วย

สำหรับเรื่องโทนสีผิวนั้นจะต่างกันเล็กน้อย เพราะว่ารูปถ่ายตอนก่อนใช้มีแสงจากโทรทัศน์แทรกเข้ามาด้วย ดังนั้นปูเป้จึงไม่สามารถตัดสินเรื่องโทนสีผิวได้เพราะว่ามีความบกพร่องของตัวแปรเรื่องแสงในภาพถ่าย

 photo CellCosmetCellLiftSerum01.jpg
โดยภาพรวมแล้ว Cellcosmet : CellLift Serum แม้จะยังไม่มีข้อมูลอื่น ๆมาสนับสนุนในเรื่อของการใช้เซลล์ในการทาผิวเพื่อฟื้นฟูและลดริ้วรอย แต่ผลที่ได้จากการทดลองใช้ 4 สัปดาห์ก็เห็นได้ชัดว่าสภาพผิวดีขึ้น ริ้วรอยลดลง ผิวแน่นและเรียบเนียนขึ้น ปูเป้มองว่า Cellcosmet : CellLift Serum ดูจะเป็นอีกทางเลือกในกรณีที่ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอยหลายตัวแล้วยังไม่เห็นผลที่น่าพอใจ

ปริมาณ 1 ขวด ใช้ได้ราว 8 สัปดาห์ สนนราคาอยู่ 17,900 บาท ซึ่งก็แพงจับจิตใช้ไ ดังนั้นนี่จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผู้ที่มีอายุ (และมีเงิน) มากกว่าจะเหมาะกับวัยใสอย่างเรา (แอร๊ยยยยย)

สำหรับคำถามว่า “จะแพ้มั้ย” “ใช้แล้วอุดตันรึเปล่า?” เป็นคำตอบที่ปูเป้บอกไม่ได้ครับ อาการแพ้เป็นสิ่งที่แตกต่างกันไปในทุก ๆ คน สำหรับการอุดตันนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลผิวโดยรวมของแต่ละคนเอง นอกจากนี้คนเรายังไวต่อการอุดตันของสารแต่ละตัวไม่เหมือนกันด้วย ดังนั้นก่อนจะซื้อผลิตภัณฑ์ใด ๆ ก็ตาม ควรทดสอบและทดลองใช้ก่อนทุกครั้ง

ข้อดี

– มีส่วนผสมของเซลล์เข้มข้น 10%
– ปราศจากส่วนผสมของแอลกอฮอล์ สี และซิลิโคน
– ให้ผลในการลดเลือนริ้วรอย ผิวแน่น และเรียบเนียนขึ้นได้จริง

ข้อเสีย

– ราคาสูงมาก
– มีสารสกัดที่ให้กลิ่นหอมแทนน้ำหอม
– ยังขาดข้อมูลารวิจัยจากแหล่งอื่นมาสนับสนุน

***Sponsored Item***

– Cellcosmet : CellLift Serum

Related Posts