ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปไกลยังไงเครื่องสำอางจะมีของสุดล้ำแค่ไหนแต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนผสมที่ฟังดูไม่ได้แปลกใหม่หรือหวือหวาอย่าง “วิตามินซี” นั้นไม่เคยจะล้าสมัย แต่ผลิตภัณฑ์วิตามินซีที่มีประสิทธิภาพและคาดหวังผลได้จริงนั้นกลับหาได้ไม่ง่ายนักในท้องตลาดเพราะมีเงื่อนไขหลายอย่างเช่นต้องมีความเข้มข้นมากพอไม่ใช่แค่คำโปรยสวยหรูว่าอุดมไปด้วยวิตามินเข้มข้นแต่ใส่มาจริง ๆ เท่าขี้เล็บ แบบนั้นไม่เวิคร์แน่นอน แต่ก่อนนี้เซรั่มหรือทรีตเมนต์วิตามินซีเข้มข้นมักจะมีตัวเลือกอยู่เฉพาะในเคาน์เตอร์แบรนด์ราคาหลายพันแต่ตอนนี้ Boots มีทางเลือกที่หาซื้อได้ง่ายกว่ามาให้เราได้ใช้กันแล้วจ้า

No7 : Youthful Vitamin C Fresh Radiance Essence (10ml = 990 Baht) เป็นเซรั่มวิตามินซีเข้มข้นที่เคลมว่าจะช่วยให้ผิวดูกระจ่างสว่างสดใสดูสุขภาพดีขึ้นใน 2 สัปดาห์ ซึ่งก็ไม่ใช่คำเคลมที่ดูเกินจริงเลยสำหรับผลิตภัณฑ์วิตามินซีเข้มข้น


ในกล่องผลิตภัณฑ์จะมีทั้งหมด 3 ชิ้น ได้แก่ฝาแคปซูลที่บรรจุผงวิตามินซีบริสุทธิ์เอาแยกเอาไว้ กับขวดแก้วที่บรรจุน้ำเอสเซนส์เอาไว้ และหลอดดรอปเปอร์ การใช้งานครั้งแรกเราจะต้องทำการผสมผงวิตามินซีลงในน้ำเอสเซนส์โดยการเปิดฝาขวดเอสเซนส์แล้วเอาแคปซูลวิตามินซีเสียบหมุนลงไปแทน หลังจากนั้นกดที่ด้านบนของแคปซูลให้ผงวิตามินซีตกลงมาในน้ำเอสเซนส์ซึ่งอาจจะต้องทำการกระเทาะที่บนฝาแคปซูลอีกสัก 2 – 3 ครั้งหลังกดลงไปเพื่อให้ผงวิตามินซีหล่นลงมาจนหมด เขย่าขวดเพื่อผสมผงวิตามินซีให้ละลายเข้ากับน้ำเอสเซนส์จนหมด หลังจากนั้นก็เอาแคปซูลออกและเปลี่ยนเป็นหลอดหยดลงไปแทนที่ เท่านี้ก็เป็นอันพร้อมใช้ได้เลย

Product’s Formula

– Ascorbic Acid คือส่วนผสมหลักของผลิตภัณฑ์ No7 : Youthful Vitamin C Fresh Radiance Essene ซึ่งให้มาในความเข้มข้นหลังผสมแล้วคือ 5% วิตามินซีรูปแบบนี้เป็นรูปแบบที่มีการศึกษามากที่สุดแล้วและเป็นรูปแบบที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถคาดหวังผลในเรื่องของการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อลดเลือนริ้วรอยรอยจุดด่างดำและผิวที่เสียหายจากรังสี UV ได้ วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่รู้จักกันดี แต่มีการศึกษาบางส่วนที่ก็บอกว่าไม่ใช่วิตามินซีทุกรูปแบบจะมีประสิทธิภาพดีเท่ากัน เขาพบว่ารูปแบบ Ascorbic Acid จะเด่นในการต้านอนูมูลอิสระมากกว่าอนุพันธ์วิตามินซีอื่น ๆ ที่นำมาทดสอบ แต่ด้วยความเป็นกรดนี้เองก็ทำให้ในการทดสอบนั้นพบว่ากลุ่มทดลองมีการสูญเสียความชุ่มชื่นของผิวออกไปด้วยเมื่อใช้วิตามินซีรูปแบบนี้ แต่ไม่พบปัญหานี้กับอนุพันธ์วิตามินซีอื่น ๆ

ข้อจำกัดของวิตามินซีรูปแบบนี้คือเสื่อมสลายได้ง่ายเมื่อเจอกับออกซิเจน แสง และความชื้น โดยความชื้นเป็นตัวแปรสำคัญมากในเรื่องนี้เพราะต่อให้เราเก็บโดยไม่โดนแสงหรือออกซิเจนเลยแต่หากมีความชื้นวิตามินซีรูปแบบนี้ก็จะเสื่อม ออกซิไดซ์ เปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองได้อยู่แล้ว นี่คือข้อจำกัดสำคัญในการทำผลิตภัณฑ์เพื่อวางขายในท้องตลาดเพราะไม่มีลูกค้าคนไหนอยากได้เซรั่มวิตามินซีที่เปิดขวดมาแล้วเหลืองอ๋อย และก็ไม่มีผู้ผลิตที่อยากทำสินค้าที่มีอายุการเก็บรักษาน้อยเพราะทำให้ต้นทุนเขาสูงขึ้น ก็มีหลายวิธีที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้เกิดเซรั่มวิตามินซีที่คงความเสถียรได้นานหน่อย และหนึ่งในวิธีที่ชัวร์ที่สุดก็คือการแยกวิตามินซีให้อยู่ในรูปของแห้งซึ่งเป็นสภาวะที่วิตามินซีจะคงตัวได้มากที่สุดนั่นเอง อีกปัจจัยหนึ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้วิตามินซีรูปแบบ Ascorbic Acid คือมันต้องใช้ค่า pH ที่เท่ากับ 3.5 หรือต่ำกว่า เพื่อการดูดซึมเข้าสู่ผิวที่ดี

(Source : Topical ascorbic acid on photoaged skin. Clinical, topographical and ultrastructural evaluation: double-blind study vs. placebo.Topical vitamin C: a useful agent for treating photoaging and other dermatologic conditions.Use of topical ascorbic acid and its effects on photodamaged skin topography.Topical L-ascorbic acid: percutaneous absorption studies.In vitro antioxidant activity and in vivo efficacy of topical formulations containing vitamin C and its derivatives studied by non-invasive methods.)

Gluconolactone เป็นหนึ่งในสารกลุ่ม Polyhydroxy Acid (PHA) เป็นส่วนผสมที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวได้คล้ายกับ AHA แต่ต่างกันตรงที่ว่า PHA นั้นมีความอ่อนโยนกว่า ระคายเคืองผิวได้น้อย และยังมีคุณสมบัติเสริมในการต้านอนุมูลอิสระด้วย จากประสบการณ์ของเรา การใช้ส่วนผสมที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวในสัดส่วนที่พอเหมาะคู่กับวิตามินซีรูปแบบ Ascorbic Acid นั้นเสริมประสิทธิภาพกันได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ สารกลุ่ม PHA จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ไม่สามารถใช้สารผลัดเซล์ผิวกลุ่มอื่น หรือเป็นอีกทางเลือกในการรักษาสิวได้

(Source : The polyhydroxy acid gluconolactone protects against ultraviolet radiation in an in vitro model of cutaneous photoaging.Applications of hydroxy acids: classification, mechanisms, and photo activityA comparative study of gluconolactone versus benzoyl peroxide in the treatment of acne.)

Ammonium Glycyrrhizate เป็นหนึ่งในรูปเกลือของ Glycyrrhizic Acid ซึ่งเป็นหนึ่งในสารสำคัญที่สกัดได้จากพืชตระกูลชะเอม มีคุณสมบัติในการต้านการระคายเคือง ปลอบประโลมผิว ต้านอนุมูลอิสระ เหมาะสมแล้วที่จะใส่มาในผลิตภัณฑ์วิตามินซีรูปแบบนี้

(Source : Glycyrrhizic acid (GA), a triterpenoid saponin glycoside alleviates ultraviolet-B irradiation-induced photoaging in human dermal fibroblasts.)

ส่วนผสมที่เหลือก็จะเป็นตัวเบสของเอสเซนส์ซึ่งจะมีสารให้ความชุ่มชื่น และมี Sodium Hyaluronate ที่ให้ความชุ่มชื่นผิวอย่างดีมาด้วย โดยภาพรวมสูตรผสมไม่ซับซ้อนและคาดหวังผลได้

Vitamin C Ingredients : Ascorbic Acid.

Liquid Ingredients : Aqua (Water), Butylene Glycol, Glycerin, Gluconolactone, PEG-40 Hydrogenated Castor Oil, Phenoxyethanol, PEG-7 Glyceryl Cocoate, Hydroxyethylcellulose, Parfum (Fragrance), Sodium Hydroxide, Xanthan Gum, Sodium Hyaluronate, Ammonium Glycyrrhizate, Methylparaben, Tetrasodium EDTA, Ethylparaben, Methyl benzoate.

Usage & Result

เนื้อเอสเซนส์เป็นของเหลวใสมีความข้นเล็กน้อย ปริมาณในการใช้แต่ละครั้งอยู่ที่ประมาณ 2-3 หยดทั่วใบหน้า (เว้นรอบดวงตา และจุดที่มักระคายเคืองง่ายอย่างริมฝีปากไว้) ส่วนตัวเราแนะนำให้ใช้เพิ่มอีกสัก 2-3 หยดทาให้ทั่วลำคอและเนินอกด้วยเพราะผิวบริเวณนั้นก็ควรดูแลไม่ต่างจากใบหน้า ผลิตภัณฑ์ตัวนี้มีค่า pH อยู่ที่ประมาณ 3.5 จึงเข้าเงื่อนไขสำคัญในการที่วิตามินซีจะดูดซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นเราคาดหวังผลจากวิตามินซีในผลิตภัณฑ์ตัวนี้ได้อย่างแน่นอน

เนื้อผลิตภัณฑ์เกลี่ยกระจายตัวได้ง่าย จะรู้สึกหนึบเล็กน้อยก่อนที่จะเซ็ทตัวแห้งสนิทดี แต่หลังจากที่แห้งสนิทและลงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ตามก็ไม่ได้รู้สึกเหนียวหนึบเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ ตรงนี้เราให้ผ่าน ในระหว่างการใช้เรายังไม่เจอปัญหาการลอกเป็นขุยเมื่อใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ตัวอื่น แต่เราก็ไม่การันตีว่าจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน เนื่องจากค่า pH ที่เป็นกรดอ่อนระดับนี้อาจจะทำให้โพลิเมอร์หรือสารก่อเจลในเครื่องสำอางบางตัวที่ไม่ทนค่า pH ขนาดนี้แตกตัวและทำให้ลอกเป็นขุยได้เหมือนกัน ตรงนี้ต้องไปทดลองดูกันเอง

จากการทดลองใช้ โดยส่วนตัวเราเป็นคนที่ใช้วิตามินซีมาเยอะมาก และเคยใช้เข้มข้นมากกว่า 20% ก็มี แต่เราจะบอกว่าของพวกนี้ยิ่งเข้มข้นมากไม่ได้แปลว่าจะดีเสมอไป สำหรับบางคนควมเข้มข้นที่สูงไปอาจทำให้ผิวระคายเคือง แสบ ผิวเกิดอาการแดง ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ดี สำหรับเราความเข้มข้น 5% นี้ผิวเรารับได้สบายมาก ไม่มีอาการแสบระคายเคืองหรือแห้งผิวเลย และรู้สึกว่าผิวดูกระจ่างสดใสขึ้น ไม่มีโทนแดงหมองคล้ำ ในแง่ของผลที่ได้เราว่ามันดีเลยล่ะ

จุดที่เราไม่ชอบคือมีส่วนผสมของน้ำหอมและเป็นกลิ่นที่ไม่ถูกจริตเราเท่าไหร่แถมคิดว่ามันค่อนข้างเยอะไปหน่อย แต่อย่างไรก็ดีกลิ่นก็ติดไม่ทนนัก จะจางหายไปหมดในเวลาประมาณ 5 นาที โดยรวมเราก็เลยยังพอรับได้ (แต่ถ้าไม่มีเลยก็จะดีกว่านี้)

สำหรับข้อกังวลเรื่องขวดผลิตภัณฑ์เป็นขวดแก้วใสนั้นจะทำให้วิตามินซีเสื่อมหมดก่อนที่จะใช้หมดขวดรึเปล่า  จากการใช้งานของเราใน 2 สัปดาห์หลังจากที่ผสมแล้วเนื้อเอสเซนส์ยังคงความเสถียรได้ในสภาพการใช้งานและการเก็บรักษาปกติ คือวางไว้บนโต๊ะในห้องที่ไม่มีแสงแดดส่องเข้าถึงโดยตรง แต่หลังจาก2 สัปดาห์ไปแล้วจะเริ่มมีโทนเหลืองจางๆ โผล่ขึ้นมาบ้างแต่ก็ไมไ่ด้กระทบกับประสิทธิภาพที่ได้ ปริมาณในการใช้ที่แนะนำนั้นเอสเซนส์ขวดนี้น่าจะใช้หมดภายใน 2-3 สัปดาห์ แล้วแต่ใครจะหนักมือกว่ากัน ให้มากสุดไม่ควรเกิน 4 สัปดาห์ ดังนั้นเราคิดว่าประเด็นนี้ไม่น่าเป็นห่วงนักสำหรับคนที่ใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องเพราะจะใช้หมดก่อนที่มันจะเหลืองเสื่อมแน่นอน

Conclusion

โดยสรุปแล้ว No7 : Youthful Vitamin C Fresh Radiance Essence เป็นเอสเซนส์วิตามินซีเข้มข้นที่สามารถคาดหวังผลได้ถึงผิวที่ดูกระจ่างใสขึ้นตั้งแต่ขวดแรกที่ใช้ การลดเลือนจุดด่างดำและช่วยลดเลือนริ้วรอยสามารถคาดหวังได้หากใช้ต่อเนื่องไปยาว ๆ รูปแบบการแยกเก็บผงวิตามินซีทำให้หมดปัญหาเรื่องความเสถียรของวิตามินซีไปได้ ผลิตภัณฑ์จะสดใหม่ทุกครั้งเมื่อเริ่มผสมใช้  นี่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่แปลกใหม่หรือไม่เคยมีมาก่อน มีแบรนด์ที่ทำผลิตภัณฑ์ลักษณะเดียวกันนี้เป๊ะมาแล้วก่อนหน้าหลายปีแต่ก็มีราคาที่สูงกว่าและมีช่องทางการจำหน่ายที่จำกัดเฉพาะในเคาน์เตอร์แบรนด์และในร้านเฉพาะของตัวเองที่มีน้อยสาขา ดังนั้นสิ่งนี้จึงเป็นทางเลือกที่เข้าถึงง่ายกว่าในทุกมิติเลยนั่นเอง

ข้อควรระวังสำหรับคนที่มีการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารผลัดเซลล์ผิวเป็นประจำอยู่แล้ว ขอให้ปรับใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ให้เหมาะกับผิวของตัวเองหากจะใช้เอสเซนส์วิตามินซีตัวนี้ เพราะมันมีส่วนผสมของ PHA อยู่ด้วย สำหรับคนที่ไม่เคยใช้วิตามินซีในรูปแบบ Ascorbic Acid มาก่อนและมีความกังวลเรื่องการระคายเคืองขอให้เริ่มทดลองใช้จากวันละครั้งในตอนกลางคืนทุกวันดูก่อน ถ้าผิวรับได้สามารถเริ่มเป็นเช้า-ก่อนนอนได้เลยจ้า

สำหรับคำถามว่า “จะแพ้มั้ย” “ใช้แล้วอุดตันรึเปล่า?” เป็นคำตอบที่ปูเป้บอกไม่ได้ครับ อาการแพ้เป็นสิ่งที่แตกต่างกันไปในทุก ๆ คน สำหรับการอุดตันนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลผิวโดยรวมของแต่ละคนเอง นอกจากนี้คนเรายังไวต่อการอุดตันของสารแต่ละตัวไม่เหมือนกันด้วย ดังนั้นก่อนจะซื้อผลิตภัณฑ์ใด ๆ ก็ตาม ควรทดสอบและทดลองใช้ก่อนทุกครั้ง

***Sponsored Item***

  • No7 : Youthful Vitamin C Fresh Radiance Essence
No7 : Youthful Vitamin C Fresh Radiance Essence
*คะแนนดาวเรทติ้งจะแสดงผลไม่ถูกต้องหากเปิดอ่านบทความนี้จาก Smart Phones / Tablets*
FORMULA
GENTLENESS
SENSORY
RESULT
PUPE LOVE IT
PROS
  • รูปแบบผลิตภัณฑ์ผสมสดช่วยให้เราได้ผลิตภัณฑ์วิตามินซีเต็มประสิทธิภาพเมื่อเริ่มใช้
  • ตัวผลิตภัณฑ์มีความเข้มข้น ค่า pH ในระดับที่คาดหวังผลจากวิตามินซีได้
  • เนื้อผลิตภัณฑ์ใช้ง่าย ไม่หนักผิว มีส่วนผสมช่วยลดการระคายเคืองและเสริมการทำงานของวิตามินด้วย PHA
CONS
  • มีส่วนผสมของน้ำหอม
4.3Overall Score

Related Posts