ในยุคนี้เวลาพูดถึงผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอยก็ต้องผายมือไปหาสารกลุ่มวิตามินเอยอดนิยมอย่าง Retinol หรือไม่ก็ Retinal กันเป็นแน่ แต่สำหรับคนที่วางแผนจะมีน้องหรืออยู่ในช่วงให้นมบุตรที่ต้องเลี่ยงส่วนผสมของวิตามินเอล่ะ? จะมีทางเลือกอะไรบ้าง? หนึ่งในคำตอบนั้นคือ Novexpert : Dual Booster Serum นั่นเองฮะ
สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักแบรนด์ Novexpert มาก่อนก็ต้องขอเล่าคร่าว ๆ ว่าแบรนด์มาจากฝรั่งเศสครับ เปิดตัวมาในปี 2008 และพัฒนาเรื่อยมาโดยเน้นให้ผลิตภัณฑ์ต้องมีประสิทธิภาพ ใช้ส่วนผสมที่มีการศึกษาวิจัย และต้องเป็นธรรมชาติให้มากที่สุดโดยปัจจุบันสามารถนำเสนอสูตรที่มีความเป็นธรรมชาติถึง 100% เลยทีเดียว (เป็นเหตุผลที่แบรนด์ยังไม่ทำผลิตภัณฑ์กันแดดออกมาขาย เพราะเทคโนโลยีปัจจุบันยังไม่สามารถทำได้นั่นเอง) ทุกผลิตภัณฑ์จะต้องปลอดภัยกับคนที่กำลังตั้งครรภ์รวมถึงให้นมบุตร ผลิตภัณฑ์ของเขามีส่วนผสมของน้ำหอมแต่ก็เป็นน้ำหอมที่ไม่มี Fragrance Allergen ตามกฏของ EU ที่ปัจจุบันอัพเดทจากเดิม 26 ชนิด เป็น 82 ชนิด ก็ยังคงผ่านตามมาตรฐานใหม่ครับ
โดยผลิตภัณฑ์ใหม่ Novexpert : Dual Booster Serum ไม่มีส่วนประกอบของสารกลุ่มวิตามินเอที่คนท้องและผู้ให้นมบุตรต้องหลีกเลี่ยง แต่เลือกใช้ส่วนผสมที่ทำงานคล้ายเรตินอล (Retinol-Like) กับสารกลุ่มเบต้าแคโรทีนที่ทำให้ผิวสามารถเปลี่ยนไปเป็นวิตามินเอได้เองตามธรรมชาติอย่างปลอดภัย (Pro-Retinol) แถมยังพ่วงมาด้วยคอมโบ AHA+PHA ในความเข้มข้นที่หวังผลได้อีกด้วย เรียกว่าจัดเต็มในขวดเดียว ปูเป้จึงมองว่าค่อนข้างต่างจากผลิตภัณฑ์ที่เป็น Retinol-Alternative อื่น ๆในท้องตลาด ที่มักจะใช้เพียงส่วนผสมที่ทำงานคล้ายเรตินอล (Retinol-Like) มาอย่างเดียวครับ พร้อมกันนี้เขาก็มี Cleansing Balm ตัวแรกของแบรนด์ออกมาด้วย ตัวนี้ก็ใช้ดีครับ แนะนำเลย
(*หมายเหตุ*) Novexpert : Dual Booster Serum ที่ขายในไทย เป็นผลิตภัณฑ์เดียวกับ Novexpert : Double Pro-Retinol Booster Serum ที่ขายในต่างประเทศครับ เหตุผลที่มีประเทศไทยประเทศเดียวที่ต้องเปลี่ยนชื่อ เพราะว่า อย ของไทยมีแนวคิดว่า ถ้าจะมีคำว่า Pro-Retinol เป็นชื่อผลิตภัณฑ์ จะต้องมีส่วนประกอบของ Retinyl Palmitate หรือสารกลุ่มวิตามินเออื่น ๆ ในสูตรเท่านั้นครับ)
โครงสร้างสูตรของ Novexpert : Dual Booster Serum (ปริมาณ 30 มิลลิลิตร / ราคา 2,450 บาท) จะแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ ๆ นั่นก็คือส่วนของ Water Gel สีขาวขุ่น และ Microemulsion สีเหลืองส้ม เหตุผลที่ต้องแยกออกจากกันก็เพื่อประสิทธิภาพ และความเสถียรของสารบำรุงนั่นเองครับ
ในส่วนของ Water Gel จะมีส่วนผสมของ AHA + PHA เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิว โดย AHA ที่ทางแบรนด์เลือกใช้มาในรูปของ Lactic Acid เข้มข้น 9.9% เพราะการศึกษาชี้ว่ามีประสิทธิภาพที่ดีเทียบเท่า Glycolic Acid แต่ระคายเคืองผิวน้อยกว่า และยังช่วยเรื่องความชุ่มชื้นของผิวได้ดีกว่า นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังผสม Galactoarabinan ซึ่งเป็นน้ำตาลเชิงซ้อนที่เสริมความชุ่มชื้น เสริมประสิทธิภาพของ AHA อีกด้วย ส่วน PHA มาในรูป Gluconolactone ที่ความเข้มข้น 0.5% มีคุณสมบัติเสริมในการต้านอนุมูลอิสระและการต้านไกลเคชั่นที่ทำให้โทนผิวหมองเหลือง โดยในส่วนนี้มีค่า pH ประมาณ 3.5 จึงหวังผลเรื่องการผลัดเซลล์ผิวได้แบบจริงจัง
ในส่วนของ Microemulsion มีสารบำรุงที่แบ่งเป็น 3 กลุ่มย่อย โดยกลุ่มแรกคือสารสองชนิดที่เป็น Retinol-Like หรือทำงานคล้ายเรตินอลอยู่สองชนิดครับ
– Bakuchiol คือส่วนผสมที่ใช้ทดแทนเรตินอลที่บูมมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีข้อมูลที่ชี้ว่ากลไกในการทำงานโดยเสริมการแสดงออกของยีนจะคล้ายกับเรตินอลในการช่วยเสริมการสร้างคอลลาเจนเพื่อลดเลือนริ้วรอยและลดเลือนจุดด่างดำ จากการรวบรวมงานวิจัยชี้ว่าสารตัวนี้มีข้อดีตรงที่มีความเสถียรกว่า อ่อนโยนต่อผิวมากกว่าเรตินอล และในกรณีที่ใช้คู่ไปกับเรตินอล ยังช่วยเสริมความเสถียรของเรตินอลจึงลด ลดการเกิดอนุมูลอิสระ และยังช่วยต้านการอักเสบอีกด้วย
– Stevia Rebaudiana Leaf/Stem Extract น่าจะเป็นสารที่มีชื่อทางการค้าว่า Stevisse™ ของ Lipotec ครับ ผู้ผลิตสารตัวนี้เคลมว่ากระตุ้นการแสดงออกของยีนจะคล้ายกับเรตินอลอีกเช่นเคย ช่วยในเรื่องการลดเลือนริ้วรอยและจุดด่างดำได้ มีการศึกษาแบบ vivo จากผู้ผลิต แต่ยังไม่พบงานวิจัยที่ตีพิมพ์ครับ
ส่วนที่สองคือส่วนผสมที่อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน (Beta-Carotene) อันเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสามารถแทรกดูดซึมในผิวชั้นนอกได้เป็นอย่างดี ในอดีตเคยเข้าใจว่าร่างกายจะเปลี่ยนเบต้าแคโรทีนไปเป็นวิตามินเอทางตับ แต่มีการศึกษาที่พบว่าผิวหนังของเราสามารถทำการเปลี่ยนเบต้าแคโรทีนไปเป็นสารกลุ่มวิตามินเอในผิวได้เองอีกด้วย จริง ๆ ทาแบรนด์จะใส่มาแค่เบต้าแคโรทีนเพียว ๆ ก็ได้ แต่เขาเลือกใช้สารแอคทีฟที่มีประโยชน์ด้านอื่น ๆ มาด้วย
– สารประกอบเชิงซ้อนของ Beta-Carotene กับ Xanthophylls (Lutine) กับน้ำมันสกัดจากพืชอย่าง Crambe Abyssinica Seed Oil และ Helianthus Annuus (Sunflower) Seed Oil โดยมี Tocopherol และ Rosmarinus Officinalis (Rosemary) Leaf Extract ช่วยเสริมความเสถียร ปูเป้คาดว่าเป็น RADICARE®-GOLD โดยบริษัท Rahn เป็น ผู้ผลิตเคลมว่าช่วยเติมแคโรทีนอยด์ให้ผิว ปกป้องผิวจากแสงสีฟ้า ต้านอนุมูลอิสระ และเสริมความแข็งแรงของชั้นผิวได้ด้วยครับ
– Daucus Carota Sativa (Carrot) Root Extract สารสกัดจากแครอทที่อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน
– Hippophae Rhamnoides Oil น้ำมันสกัดจาก Sea Buckthorn มีสารประกอบของเบต้าแคโรทีน การศึกษาชี้ว่าเมื่อนำมาทาบำรุงผิวจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ยืดหยุ่น และเสริมการสร้างคอลลาเจนได้ด้วย
อย่างไรก็ดี แม้ปูเป้ยังไม่พบข้อมูลที่มีการเปรียบเทียบว่า การทาเบต้าแคโรทีนเพื่อให้ผิวเปลี่ยนไปเป็นวิตามินเอเทียบกับการทาสารกลุ่มวิตามินเอลงบนผิวโดยตรง อันไหนจะมีประสิทธิภาพในการบำรุงผิว ลดริ้วรอย ได้มากกว่ากัน? แต่ปูเป้ก็มองว่าอย่างน้อยการทาเบต้าแคโรทีนเข้มข้นเพื่อช่วยเพิ่มปริมาณวิตามินเอในผิวก็ยังมีประโยชน์มาก เพราะมีการศึกษาที่ชี้ว่าเมื่อผิวเจอรังสี UV ปริมาณวิตามินเอในชั้นผิวจะลดลงอย่างมาก เพราะวิตามินเอช่วยปกป้องผิวจากความเสียหายจากรังสี UV นั่นเองครับ
ส่วนที่สามคือ NOVAXYLINE เป็นส่วนผสมเชิงซ้อนประกอบไปด้วย Laminaria Ochroleuca Extract ที่เป็นส่วนผสมช่วยต้านการอักเสบและระคายเคือง กับ Biosaccharide Gum-2 ที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นของผิว แต่ทาง Novexpert ได้พบว่าส่วนผสมสองตัวนี้มีคุณสมบัติในการเพิ่มการแสดงออกของ SIRT-1 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการยืดอายุและการปกป้องตัวเองของเซลล์ และยังช่วยลดเซลล์เสื่อมชรา (Senescence Cell) ได้ จึงทำการจดสิทธิบัตรเอาไว้ตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมา
โดยภาพรวมส่วนผสมทั้งหมดจะเน้นแก้ปัญหาเรื่องของโทนสีผิวที่หมอคล้ำ ไม่สม่ำเสมอ ผิวที่ไม่เรียบเนียน ปัญหาริ้วรอยและความไม่กระชับของผิวครับ
Ingredients : Aqua (Water), Glycerin, Isoamyl Laurate, Caprylic/Capric Triglyceride, Dicaprylyl Ether, Lactic Acid, Silica, Crambe Abyssinica Seed Oil, Sodium Citrate, Galactoarabinan, Bakuchiol, Lauroyl Lysine, Propanediol, Beta-Carotene, Daucus Carota Sativa (Carrot) Root Extract, Stevia Rebaudiana Leaf/Stem Extract, Xanthophylls, Gluconolactone, Laminaria Ochroleuca Extract, Tocopherol, Biosaccharide Gum-2, Bacillus Ferment, Adenosine, Hippophae Rhamnoides Oil, Punica Granatum Seed Oil, Rosmarinus Officinalis (Rosemary) Leaf Extract, Glyceryl Caprylate, Acacia Senegal Gum, Xanthan Gum, Sodium Surfactin, Pentylene Glycol, Glycine Soja (Soybean) Oil, Helianthus Annuus (Sunflower) Seed Oil, Citric Acid, Parfum (Fragrance), Arginine.
ตัวบรรจุภัณฑ์ของ Novexpert : Dual Booster Serum จะแบ่งเป็นสองส่วน โดยปริมาณในการใช้ก็คือ 1 ปั้ม นำมาผสมให้เข้ากัน ทาลงบนใบหน้าและลำคอ (เว้นรอบดวงตาและริมฝีปาก)
หลังจากที่ทาลงไปบนผิวแล้วจะเซ็ทตัวเหมือนกับการทาออยล์บำรุงครับ และแม้เนื้อผลิตภัณฑ์จะมีสีเหลืองอมส้มที่ชัดแต่หลังทาไปแล้วหน้าก็จะไม่ได้ออกสีเหลืองอย่างที่คิด สามารถใช้ได้สบาย (ดูได้จากรูปด้านล่าง)ส่วนเรื่องกลิ่นน้ำหอมก็ต้องบอกว่า “น่ารัก” ผิดวิสัยแบรนด์ฝรั่งเศสมาก ๆ ตอนที่ใช้ครั้งแรกรู้สึกเหมือนกลิ่นซูกัสสีม่วงกลิ่นองุ่นที่มีโทนเปรี้ยวของเสาวรสผสมมาด้วย ปูเป้ชอบมาก ทำให้รู้สึกดีทุกครั้งที่ได้ใช้ครับ
สำหรับความถี่ในการใช้ ทางแบรนด์แนะนำให้ใช้เฉพาะในตอนกลางคืน ทาได้ทั่วใบหน้า ลำคอ โดยให้เริ่มใช้จากความถี่ คืนเว้นคืนไปก่อนในช่วงสัปดาห์แรก หลังจากนั้นก็สามารถเพิ่มความถี่ในการใช้เป็นประจำทุกคืนได้
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอยากให้สังเกตสภาพผิวของตัวเองเป็นหลักครับ เพราะสภาพผิวของคนเราแตกต่างกัน ถ้าลองใช้ทุกวันแล้วรู้สึกว่าผิวรับไม่ไหว มีแสบ แห้ง รู้สึกว่าผิวระคายเคืองมากไป ก็ไม่ต้องฝืนครับ ปรับลดความถี่ในการใช้ลงให้เหมาะกับผิวของตัว ณ ช่วงเวลานั้นจะดีที่สุด อย่างปูเป้ที่สมัยก่อนใช้พวกผลัดเซลล์ผิวแบบทาทุกวันได้สบาย ๆ แต่พอ 40+ เป็นต้นมารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าผิวทนอะไรพวกนี้ได้น้อยลง ก็ต้องปรับลดความถี่ในการใช้ลงให้เหมาะสมครับ
ส่วนตัวปูเป้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้มา 6 สัปดาห์ การทาคืนเว้นคืน ในสัปดาห์แรกสามารถใช้ได้โดยไม่มีปัญหาอะไรเลยครับ แต่พอขยับขึ้นเป็นทาทุกคืนจนเข้าสัปดาห์ที่ 3 รู้สึกว่าผิวเริ่มมีโทนแดงมากขึ้น ผิวมีแห้งลงบ้าง รู้สึกว่าควรปรับลดความถี่ลง จึงกลับมาทาวันเว้นวันเหมือนเดิม โดยไม่เจอปัญหาอะไรครับ โดยผลในการใช้ที่รู้สึกได้ชัด ๆ เลยคือเนื้อผิวมีความละเอียดขึ้น ผิวรู้สึกนุ่ม ชุ่มชื้นดี และรู้สึกว่าผิวมันเฟริมแน่นเวลาสัมผัสครับ โดยรวมพึงพอใจทีเดียว
เทคนิคในการใช้เพื่อลดความรู้สึกยิบ ๆ ก็คือลองลดการดูดซึมของสารกลุ่ม AHA / PHA โดยการใช้ Novexpert : Dual Booster Serum หลังจากที่ลงเซรั่มตัวอื่น ๆ ดูได้ครับ
สำหรับข้อควรระวังในการใช้ ก็เหมือนกับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารผลัดเซลล์ผิวอย่าง AHA /BHA / PHA โดยทั่วไป คือต้องทากันแดดให้ดี เลี่ยงแดด และกางร่มเมื่อต้องออกไปเจอแดด ควรงดทาผลิตภัณฑ์ 1 สัปดาห์ ก่อนไปทำเลเซอร์ หรือหากมีกิจกรรมต้องออกไปออกไปกลางแจ้งเป็นเวลานาน ๆ ครับ
โดยสรุปแล้วปูเป้คิดว่า Novexpert : Dual Booster Serum นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็นทางเลือกให้กับกลุ่มคนที่ต้องหลีกเลี่ยงหรือไม่สามารถใช้ส่วนผสมผสมของ Retinol และสารกลุ่มวิตามินเอ ได้อย่างน่าสนใจมาก
คือนอกจากจะใช้สารกลุ่ม Retinol-Like แล้วยังเลือกใช้สารที่อุมดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนให้ผิวเปลี่ยนไปเป็นวิตามินเอไปใช้ได้เอง และเสริมไปด้วย AHA+PHA ในความเข้มข้นแบบจัดเต็ม มีค่า pH ที่หวังผลได้จริง ๆ เพื่อให้เห็นผลเรื่องความเรียบเนียนและความสม่ำเสมอของผิวได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งเราไม่ค่อยเห็นผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดที่ใส่ส่วนผสม 3 กลุ่มนี้มาพร้อมกัน เพราะผลิตภัณฑ์ทั่วไปมักใช้ใช้แต่ส่วนผสมของ Retinol-Like มาอย่างเดียว และมักจะทำมาให้ ‘เบา’ โดยมองว่าคนที่ใช้เรตินอลไม่ได้ต้องการอะไรที่อ่อนมาก ๆ จนบางทีใช้แล้วก็ยอมรับว่ามันอ่อนโยนจริงแต่กลับไม่ค่อยรู้สึกเห็นผลเท่าไหร่
Novexpert : Dual Booster Serum นอกจากจะใช้แล้วเห็นผลแบบรู้สึกได้ ในแง่ของประสบการณ์ในการใช้ก็ถูกจริตมากครับ ใครที่เคยคิดว่าสกินแคร์ Anti-Aging ของฝรั่งเศสถ้าใส่น้ำหอมมาแล้วกลิ่นจะแก่ ๆ บอกเลยว่าแบรนด์นี้ไม่เหมือนแบรนด์ฝรั่งเศสทั่วไป กลิ่นเขาน่ารักสดใสมากจริง ๆ ครับ ทำให้ปูเป้เลยชอบใช้ Cleansing Balm ของไลน์เดียวกันไปด้วยเลย เพราะนอกจากจะล้างกันแดด เบสเมคอัพได้สะอาดหมดจด และค่อนข้างคงความชุ่มชื้นได้ดีแล้ว กลิ่นก็ยังหอม น่ารัก ใช้แล้วมีความสุขทุกครั้งเลยล่ะ
สำหรับคนมองหาเซรั่มดูแลผิวตอนกลางคืน ที่ตอบโจทย์สำหรับคนที่ต้องการดูแลเรื่องริ้วรอย สีผิวไม่สม่ำเสมอ ผิวไม่เรียบเนียน ผิวรู้สึกไม่กระชับ ไม่ว่าคุณจะใช้ Retinol ได้หรือไม่ก็ตาม ตัวนี้เป็นอีกอันนึงที่น่าลองครับ โดยสามารถหาซื้อได้ในช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการของแบรนด์ได้ใน Lazada กับ Shopee และ Line Shopping
หรือใครที่อยากไปลองสัมผัสของจริงดูก่อน ก็แวะไปที่เคาน์เตอร์ ซึ่งปัจจุบันมี 4 สาขา ได้แก่
สำหรับคำถามว่า “จะแพ้มั้ย” “ใช้แล้วอุดตันรึเปล่า?” เป็นคำตอบที่ปูเป้บอกไม่ได้ครับ อาการแพ้เป็นสิ่งที่แตกต่างกันไปในทุก ๆ คน สำหรับการอุดตันนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลผิวโดยรวมของแต่ละคนเอง นอกจากนี้คนเรายังไวต่อการอุดตันของสารแต่ละตัวไม่เหมือนกันด้วย ดังนั้นก่อนจะซื้อผลิตภัณฑ์ใด ๆ ก็ตาม ควรทดสอบและทดลองใช้ก่อนทุกครั้ง
***Sponsored Item***
Novexpert : Dual Booster Serum
Price : 30ml / 2,450BAHT
Skin Type : All Skin Type
Outstanding : Skin Smoothing /Anti-Aging / Antioxidant
- AHA+PHA ในความเข้มข้นและค่า pH ที่หวังผลได้จริง
- ใช้ส่วนผสมทดแทน Retinol มาถึงสองแนวทาง ทั้ง Retinol-Like และ เบต้าแคโรทีนที่เป้นสารตั้งต้นของวิตามินเอ
- ให้ประสบการณ์ในการใช้ที่ดี ใช้แล้วเห็นผล
- มีส่วนผสมของน้ำหอม











