เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมาทาง KANEBO เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ KANEBO : Comfort Stretchy Wash II ที่พอดูในรายละเอียดปุ๊ป ก็ต้องบอกเลยว่าการปรับสูตรครั้งนี้ทำมาเพื่อคนไทยและประเทศแถบอาเซียนเลยล่ะ
Comfort Stretchy Wash รุ่นเดิมนั้นเป็นโฟมล้างหน้าที่มอบฟองโฟมนุ่มแน่นมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และมีส่วนผสมมอบความชุ่มชื้นจำนวนมากเพื่อที่จะให้ผิวคงความชุ่มชื้นได้ ไม่แห้งตึงหลังล้างหน้า ซึ่งโดยรวมก็ทำมาได้ดีแล้ว เพียงแต่ในการใช้งานจริงยังมีปัจจัยอย่างหนึ่งที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ของผู้ใช้ นั่นก็คือสภาพน้ำที่ใช้ล้างหน้านั่นเองครับ
หัวใจสำคัญหลักในการปรับสูตรของ KANEBO : Comfort Stretchy Wash II (ปริมาณ 130 กรัม ราคา 1,800 บาท) คือการจัดการกับความกระด้างของน้ำประปาซึ่งมีผลต่อการใช้งานผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผลิตภัณฑ์โฟมล้างหน้าที่เป็นเบสสบู่นั้นมีผลอย่างมากเลยล่ะครับ
เพราะน้ำประปาในประเทศญี่ปุ่น เป็นน้ำอ่อน มีแร่ธาตุละลายอยู่น้อย ความกระด้างต่ำ จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็นแชมพู สบู่อาบน้ำ รวมจนไปถึงโฟมล้างหน้า มีความนุ่มและคงความชุ่มชื้นในผิวได้ดีตามที่ออกแบบสูตรมา
แต่ในประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ น้ำประปาจะมีความกระด้าง มีแร่ธาตุมากกว่า ซึ่งมีผลต่อสัมผัสของผิวและเส้นผมหลังใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดครับ อย่างในกรณีของโฟมล้างหน้าชนิด Soap Base หรือ Neutralized Soap ที่ใช้กรดไขมัน มาทำปฏิกิริยากับ Potassium Hydroxide นั้น เมื่อนำมาใช้กับพื้นที่ที่มีแร่ธาตุในน้ำสูง น้ำกระด้างจะเพิ่มโอกาสการเกิดคราบสบู่ / ไคลสบู่ ซึ่งอาจหลงเหลือเกาะติดบนผิว ทำให้ผิวรู้สึกแห้งลง และสามารถตกค้างบนผิวจนไปลดประสิทธิภาพของส่วนผสมให้ความชุ่มชื้นในสกินแคร์และขัดขวางการดูดซึมของสารบำรุงที่ทาลงไปได้นั่นเอง
เพื่อแก้ปัญหานี้ ทางแบรนด์ได้เลือกเพิ่มสารทำความสะอาดชนิดไม่มีประจุอย่าง Polyglyceryl-4 Lauryl Ether ที่มีคุณสมบัติพิเศษในการลดการเกิดคราบสบู่ในน้ำกระด้างได้อย่างดีมาก จึงลดการตกค้างของคราบสบู่บนผิว และลดความความรู้สึกแห้งกร้านบนผิวได้ และยังช่วยเรื่องการคงตัวของฟองโฟมได้ดีอีกด้วย
ส่วนผสมมอบความชุ่มชื้น ได้รับการอัพเกรดนิดหน่อย เป็น Comfort Stretchy Hydrator โดยประกอบไปด้วย Polyquaternium-51, PEG-400, Polyquaternium-7, PEG-180, Polyglyceryl-4 Lauryl Ether โดยเป็นการรรวมกันของส่วนผสมให้ความชุ่มชื้นตระกูล PEG และสารกลุ่ม Polyquaternium ที่มีลักษณะเป็นประจุบวกจึงสามารถเกาะเข้ากับผิวหนังที่เป็นประจุลบได้เป็นอย่างดีช่วยตรึงส่วนผสมมอบความชุ่มชื้นไว้บนผิวได้มากขึ้น
ตัวที่โดดเด่นคือ Polyquaternium-51 ซึ่งคาดว่าเป็น Lipidure®-PMB ตัวนี้เคลมว่าเป็นการเลียนแบบโครงสร้างคล้ายกับ Phospolipid ของเยื่อหุ้มเซลล์ตามธรรมชาติ มีคุณสมบัติในการอุ้มความชุ่มชื้น และสามารถจับเคราตินของผิวได้ดีมาก แม้จะล้างออกด้วยน้ำแล้วสารตัวนี้จะยังคงเหลือเป็นฟิลม์ที่บางมากคลุมบนผิวเพื่อเก็บส่วนผสมของความชุ่มชื้นเอาไว้ โดนไม่รู้สึกว่ามีคราบลื่นบนผิว ทางแบรนด์เคลมว่า Polyglyceryl-4 Lauryl Ether นอกจากช่วยเรื่องฟอง ลดการเกิดคราบสบู่ตกค้างแล้ว ยังทำให้การกระจายตัวของส่วนผสมมอบความชุ่มชื้นลงบนผิวทำได้ดีขึ้นอีกด้วยครับ
สิ่งที่เปลี่ยนไปอีกอย่างคือ ในสูตรมีการเปลี่ยนสารบำรุงบางตัว จากน้ำมันแมคคาดาเมีย มาเป็น C10-40 Isoalkyl Acid Cholesterol Ester กับ Phytostearyl Macadamicate หรือ Baby-Soft Oil Complex ซึ่งเลียนแบบโครงสร้างของไขมันที่เคลือบผิวเด็ก โดยหวังว่าจะช่วยเป็นตัวปรับสภาพผิวให้มีความนุ่มชึ้นหลังทำความสะอาดได้ดีขึ้นนั่นเอง
Ingredients : Glycerin, Myristic Acid, Water, Potassium Hydroxide, PEG-32, PEG-6, Palmitic Acid, Dipropylene Glycol, Lauric Acid, Glyceryl Stearate SE, PEG-400, Polyglyceryl-4 Lauryl Ether, Fragrance, Tetrasodium EDTA, Polyquaternium-51, Polyquaternium-7, PEG-180, Butylene Glycol, Phenoxyethanol, Sodium Benzoate, C10-40 Isoalkyl Acid Cholesterol Ester, Phytostearyl Macadamicate, Citrus Limon (Lemon) Fruit Extract, Hamamelis Virginiana (Witch Hazel) Leaf Extract, Tocopherol.
เมื่อนำ KANEBO : Comfort Stretchy Wash II มาลองเทียบกับรุ่นเก่า ในแง่ของปริมาณและคุณภาพฟอง ปูเป้ทดลองตีโฟมทั้งสองสูตร โดยใช้ปริมาณโฟม ปริมาณน้ำ และเวลาที่เท่ากัน พบว่าสูตรเก่าได้ฟองปริมาณเยอะกว่า แต่สูตรใหม่ได้ฟองที่มีเนื้อแน่นและละเอียดมากกว่า แต่ถ้าอยากให้ได้ปริมาณฟองเยอะขึ้นก็เพิ่มน้ำลงไปในตอนตีฟองได้ครับ ส่วนในแง่ของความคงตัว ปูเป้ลองตีฟองแล้ววางทิ้งไว้เทียบกัน การมองด้วยตาเปล่าพบว่าทั้งสูตรเก่าและสูตรใหม่นั้นไม่แตกต่างกันมากแบบมีนัยสำคัญครับ เพราะอย่างที่บอกว่าสูตรเก่าคือทำมาดีมากอยู่แล้ว
การตีฟองให้ฟูมาก ๆ นั้นสำคัญมาก ๆ เลยนะครับ เพราะนอกจากจะเป็นการกระจายสารทำความสะอาด กับลดค่า pH ของผลิตภัณฑ์ให้ลงมาใกล้เคียงกับค่าความเป็นกลางแล้ว การมีโครงสร้างฟองที่หนานุ่มแน่นและคงตัวอย่างมากนี้ยังช่วยทำให้เกิดแรงดันออสโมติกในการช่วยดึงสิ่งสกปรกออกจากพื้นผิวขึ้นไปอยู่ในช่องว่างระหว่างฟองอีกด้วย จึงเป็นเหตุผลที่ปูเป้แนะนำมาตลอดว่าถ้าใช้โฟมล้างหน้าแบบมีฟอง ให้ตีฟองฟู ๆ ทุกครั้งก่อนใช้
เมื่อฟองมีความคงตัวสูง จึงทำให้วิธีที่ทางแบรนด์แนะนำให้ใช้ KANEBO : Comfort Stretchy Wash II นั้นเปลี่ยนจากการใช้ปลายนิ้วลูบวนฟองให้ทั่วไปใบหน้า ไปเป็น Comfort Bouncing Method การใช้การกดฟองโดยที่มือไม่ต้องสัมผัสผิวโดยเลย จึงลดการเสียดสีระหว่างนิ้วมือกับผิวได้มากกว่าเดิม
แต่ถ้าไม่ถนัดหรือไม่ชิน ก็ยังสามารถใช้การลูบวนเหมือนการล้างหน้าตามปกติได้ ตัวฟองที่แน่นมากจะช่วยลดการเสียดสีได้ในระดับหนึ่งอยู่แล้วครับ
ตัวโฟมก็ล้างออกได้ง่าย ไม่เหลือความรู้สึกลื่นหรือมีอะไรตกค้าง แต่หลังจากซับหน้าแล้ว เวลาเราขยับใบหน้าจะรู้สึกเหมือนมีชั้นของความชุ่มชื้นบาง ๆ จึงไม่ทำให้หน้ารู้สึกตึงแห้งไม่สบายผิว และการลงสกินแคร์ในขั้นตอนต่อไปก็ถูกดูดซึมและกระจายตัวได้ดีครับ ในแง่นี้คือดีกว่าสูตรเก่าจริง ๆ
โดยภาพรวมแล้ว KANEBO : Comfort Stretchy Wash II เป็นโฟมล้างหน้าที่ให้สัมผัสในการล้างที่ดีมากตัวหนึ่ง กลิ่นหอมแนวฟลอรัลฟรุ๊ตตี้บาง ๆ ใช้ล้างหน้าเป็นตัวหลักในตอนกลางวัน ส่วนถ้าทากันแดดแบบติดทนหรือมีเบสเมคอัพ ก็อยากแนะนำให้ใช้คู่กับตัวล้างเครื่องสำอาง แล้วใช้โฟมตัวนี้ตาม เป็น Double Cleansing ครับ
การปรับสูตรเพื่อรับมือกับความกระด้างของน้ำประปาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ทำให้โฟมเบสสบู่ตัวนี้คงความชุ่มชื้นบนผิวได้ดีกว่าสูตรเก่า โดยรวมแล้วคนที่ผิวธรรมดา ผิวผสม ผิวมัน หรือผิวผสมค่อนไปทางแห้งก็น่าจะใช้โฟมตัวนี้ได้สบาย ๆ ปูเป้แฮปปี้กับตัวนี้มากกว่าสูตรเก่าครับ เพราะตอนนี้ในวัย 43 ขวบ ผิวแห้งลงและแห้งง่ายกว่าเดิมมาก แต่ยังใช้ตัวนี้รอด
สำหรับคนที่ผิวแห้งมาก ๆ และคิดว่าตัวนี้ยังคงความชุ่มชื้นไว้ไม่มากพอ ปูเป้คิดว่าตัว KANEBO : Enriched Off Cream ที่คงเหลือชั้นฟิล์มเคลือบบำรุงผิวเอาไว้มากกว่า น่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะครับ แนะนำว่าดีที่สุดคือไปที่เคาน์เตอร์ KANEBO ที่สะดวก เพื่อทดลองผลิตภัณฑ์หรือลองรับ Sample กลับมาลองใช้ดูก่อน จะช่วยให้เราเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวเราได้ดีที่สุดครับ
สำหรับคำถามว่า “จะแพ้มั้ย” “ใช้แล้วอุดตันรึเปล่า?” เป็นคำตอบที่ปูเป้บอกไม่ได้ครับ อาการแพ้เป็นสิ่งที่แตกต่างกันไปในทุก ๆ คน สำหรับการอุดตันนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลผิวโดยรวมของแต่ละคนเอง นอกจากนี้คนเรายังไวต่อการอุดตันของสารแต่ละตัวไม่เหมือนกันด้วย ดังนั้นก่อนจะซื้อผลิตภัณฑ์ใด ๆ ก็ตาม ควรทดสอบและทดลองใช้ก่อนทุกครั้ง
***Sponsored Item***
KANEBO : Comfort Stretchy Wash II
Price : 130g / 1,800 BAHT
Skin Type : All Skin Type
Outstanding : Easy to rinse, Non-Drying, Luxurious & Creamy Foam






