ในเดือนสิงหาคมนี้ IPSA มีผลิตภัณฑ์สกินแคร์กลุ่ม Ultimate ออกมาใหม่หนึ่งตัวนั่นก็คือ Eye Cream Ultimate นั่นเองฮะ ซึ่งตัวนี้จะเด่นในเรื่องของการช่วยคืนความยืดหยุ่น กระชับ และเพิ่มวอลลุ่มให้กับผิวเพื่อช่วยลดเลือนริ้วรอย ด้วยการชูส่วนผสมของ Pure Retinol กับ AMINO5EP หรือสารประกอบเชิงซ้อนของกรดอะมิโนห้าชนิดและสารสกัดจากคามีเลีย
โดย Eye Cream Ultimate จะมาแทนที่ Targeted Effects Advanced G ซึ่งออกมาในปี 2020 โดยมีการอัพเกรดส่วนประกอบและเทคโนโลยีจากค้นพบใหม่ ๆในช่วงหกปีที่ผ่านมา ให้ตัวผลิตภัณฑ์ทำงานได้ครอบคลุมมากขึ้น มีประสิทธิภาพดีขึ้น แต่มาในราคาที่น่ารักกว่าเดิม
ทำให้ในปัจจุบันนี้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ในกลุ่ม Ultimate มีทั้งหมด 4 ชิ้น ซึ่งครอบคลุมขั้นตอนการดูแลประจำวัน และการดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งปุเป้เคยรีวิวเอาไว้เกือบทุกตัวแล้ว แต่โดยสรุปคร่าว ๆ มีดังนี้ฮะ
1. IPSA Essence Lotion Ultimate (ปริมาณ 150 มิลลิลิตร ราคา 3,200 บาท) เป็นเอสเซนส์น้ำที่เข้มข้นแต่ว่าไม่เหนอะหนะหรือหนักผิวครับ ตัวนี้จะช่วยทำให้เซลล์แข็งแรงไปลดผลกระทบจากเซลล์ที่เสื่อมชรา ต้านเอนไซม์ที่ทำลายคอลลาเจนและอีลาสติน กับช่วยพัฒนาตัวของ Natural Moisturizing Factor ตามธรรมชาติ [คลิกเพื่ออ่านรีวิว]
2. IPSA ME Ultimate e (ปริมาณ 50 มิลลิลิตร ราคา 3,700 บาท) เป็นอิมัลชั่นบำรุงผิวตัวโปรดของปูเป้มาตลอด 10 ปีเลยครับ ใช้แล้วคุณภาพผิวโดยรวมจะดูดี สารสำคัญช่วยเรื่องการพัฒนาตัวของผิวชั้นนอก ปกป้องโครงสร้างผิวชั้นใน และมี 4MSK ทำให้ผิวดูใส มีทั้งหมด 4 สูตรตามระดับน้ำมันของผิว ส่วนตัวปูเป้ชอบเบอร์ 1 ที่สุดแม้ว่าสภาพผิวถ้าไปตรวจมาจะได้เบอร์ 2 หรือบางทีก็เบอร์ 3 แต่เลือกเบอร์ 1 เพราะเน้นเนื้อบางเบา จะได้ไปลงบำรุงอื่นๆที่มีอยู่ได้ง่ายครับ [คลิกเพื่ออ่านรีวิว]
3. IPSA Cream Ultimate e (ปริมาณ 30 กรัม ราคา 5,500 บาท) เป็นครีมบำรุงเนื้อเข้มข้นที่ออกแบบมาเพื่อเสริมความกระชับ ส่วนผสมจะมีความคล้ายกับ ME Ultimate e แต่มีสารสำคัญเพิ่มขึ้นอย่าง Inositol กับ Sanguisorba Officinalis และ Gardenia Florida ที่ช่วยลดการเสื่อมสลายของ Hyaluronic Acid เสริมคอลลาเจน I และการการกระตุ้น Platelet-Derived Growth Factor-BB (PDGF-BB) ซึ่งมีส่วนสำคัญในการช่วยควบคุม การเคลื่อนตัว และการแบ่งตัวของ Mesenchymal Stem Cells
4. IPSA Eye Cream Ultimate (ปริมาณ 23 กรัม ราคา 3,700 บาท) ครีมบำรุงผิวรอบดวงตาเนื้อเข้มข้นสำหรับการดูแลเรื่องริ้วรอยและความกระชับด้วย Retinol บริสุทธิ์และสารสกัดเมล็ดคามีเลีย ที่ช่วยดูแลทั้งคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสติกที่ทำให้ผิวมีโครงสรา้งที่แข็งแรงและยืดหยุ่น ใช้ได้ทั้งรอบดวงตาและจุดที่ต้องการดูแลเรื่องริ้วรอยเป็นพิเศษ ในแง่ของการบำรุงเรื่องริ้วรอยตัวนี้จะโดดเด่นที่สุดครับ
ซึ่งในโพสนี้ปูเป้อยากมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Eye Cream Ultimate ตัวใหม่ล่าสุด ว่าหลังจากที่ปูเป้ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมมา มันมีอะไรน่าสนใจและมีที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง
หลังจากไปหาข้อมูลเพิ่มเติมก็พบว่าผลิตภัณฑ์ตัวนี้มีพื้นฐานจากการวิจัยของเครือ Shiseido เกี่ยวกับความสำคัญของความยืดหยุ่นและความอ่อนนุ่มของผิวหนังชั้นต่าง ๆ ที่มีผลต่อการเกิดริ้วรอยครับ
เริ่มต้นจากในปี 2018 มี ทาง Shiseido เปิดตัว Internal and External Skin Elasticity 3D Imaging System ที่เขาพัฒนาร่วมกับ Honda Electronics และ Toyohashi University of Technology ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์และอัลกอริทึมมาใช้ในการการวัดความยืดหยุ่นของผิวชั้นนอกและผิวชั้นใน โดยใช้เพื่อแสดงผลออกมาในรูปแบบ 3 มิติ ทำให้เขาสามารถหาความเชื่อมโยงของความอ่อนนุ่ม ความยืดหยุ่น ของผิวในแต่ละระดับชั้นที่มีผลต่อความเรียบเนียนและการเกิดร้ิวรอย
โดยเขาพบว่าชั้น Papillary Dermisที่อยู่ด้านบนสุดของชั้นหนังแท้ที่มีความอ่อนนุ่ม จะทำให้ผิวด้านบนมีความเรียบเนียนกว่า แต่ชั้น Papillary Dermis จะเริ่มเสียความยืดหยุ่นและอ่อนนุ่มไปในช่วงอายุ 30+ และในตอนนั้นการค้นพบดังกล่าวยังพูดถึงแค่เรื่องของคอลลาเจน III ที่เป็นหนึ่งในคอลลาเจนหลักของผิวชั้นนี้
ในปี 2021 มีการเผยแพร่ข้อมูลว่าความไม่สมดุลระหว่างความยืดหยุ่นของผิวชั้นนอกและผิวชั้นในก็เป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอย และการทำให้ผิวหนังชั้นขี้ไคลมีความอ่อนนุ่ม ยืดหยุ่น จะช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยลึกได้ เป็นการชี้ให้เห็นว่าผิวชั้นขี้ไคล ผิวชั้นนอก ก็มีความสำคัญต่อการป้องกันริ้วรอยลึกในระยะยาวเช่นกัน
แต่ในปี 2025 ความสนใจก็กลับมาที่ชั้น Papillary Dermis อีกครั้งเมื่อพบว่า Papillary Dermis นอกจากจะเป็นโครงสร้างที่ค้ำยันชั้น Basement Membrane ระหว่างผิวชั้นในกับผิวชั้นนอกและทำให้ผิวชั้นนอกมีความเรียบเนียนแล้ว ความอ่อนนุ่มของผิวในชั้น Papillary Dermis ยังคอยรับและดูดซับแรงเครียดทางกายภาพจากภายนอกเพื่อปกป้องผิวชั้น Reticular Dermis ที่ลึกลงไป ซึ่งช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยได้
เทคโนโลยีที่ถูกใช้ในผลิตภัณฑ์ IPSA Eye Cream Ultimate มีความเกี่ยวโยงกับการค้นพบถึงกลไกใหม่ของ Papillary Dermis นี้และเชื่อมโยงกับงานวิจัยหลัก ๆ ของเครือ Shiseido เกี่ยวคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสติกที่มีความสำคัญกับชั้น Papillary Dermis
งานวิจัยด้านคอลลาเจนที่ออกมาในปี 2023 ทำการศึกษาผลกระทบของแสงแดดที่มีต่อลาเจนชนิดที่ I, III, V และ VI ซึ่งเป็นคอลลาเจนที่สำคัญของชั้น Papillary Dermis โดยคอลลาเจน V และ VI นั้นแม้จะมีในปริมาณน้อยแต่ก็นับเป็นคอลลาเจนรองที่สำคัญต่อการเรียงตัวของเส้นใยคอลลาเจน และได้พบว่า คอลลาเจน V และ VI นั้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญเพราะความเสียหายจากแสงแดด (Photodamage) โดยเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด M2 (ตัวซ่อมแซมและลดการอักเสบ) มีผลโดยตรงต่อการสร้างคอลลาเจน I และสัดส่วนของ M1 (ตัวทำลายและกระตุ้นการอักเสบ) ที่มากเกินไปจนเสียสมดุลจะลดปริมาณคอลลาเจน V และ VI

ส่วนงานวิจัยเรื่องเส้นใยอีลาสติก (Elastic fiber) พึ่งถูกเผยแพร่ในปี 2026 โดยระบบเส้นใยอิลาสติกที่เปรียบเสมือนสปริงที่ทำให้ผิวเด้งกลับเวลาเราดึงหรือกด ประกอบด้วยเส้นใย 3 ชนิด ได้แก่ Oxytalan fibers กับ Elaunin fibers และ Elastin fibers โดยเส้นใยแต่ละประเภทมีสัดส่วนของ Fibrillin กับ Elastin ต่างกันไป
Oxytalan fibers ที่อยู่ในชั้น Papillary Dermis เป็นเส้นใยที่บางที่สุด ประกอบไปด้วย Fibrillin เป็นหลัก ทำหน้าที่เป็นตัวค้ำยันรอยต่อระหว่างผิวชั้นในและผิวชั้นนอก (Basement Membrane) ซึ่งเป็นชั้นที่มีความสำคัญอย่างมาก
Elaunin fibers เป็นแกนกลางเชื่อมระหว่าง Oxytalan fibers กับ Elastin fibers ที่อยู่ลึกลงไปในผิวชั้นหนังแท้ด้านใน (Reticular Dermis) คอยถ่ายเทแรงดึงระหว่างผิวชั้นบนและชั้นล่าง
Elastin fibers คือเส้นใยอีลาสตินที่สมบูรณ์ในชั้น Reticular Dermis และเป็นสิ่งที่มักถูกพูดในวงการความงาม มีสัดส่วน Elastin มากกว่า Fibrillin ทำให้ผิวสามารถยืดและหดกลับคืนรูปเดิม
งานวิจัยนี้พบว่าโปรตีน ADAMTSL6 ที่เกี่ยวข้องกับการก่อตัวของ Fibrillin นั้น พบได้แต่ใน Oxytalan fibers กับ Elaunin fibers บนชั้น Papillary Dermis แต่ไม่พบใน Reticular Dermis และการตัดชิ้นเนื้อบริเวณหนังตา (ที่ไม่ถูกปกป้องโดยแสงแดด) มาเทียบกับชิ้นเนื้อบริเวณสะโพก (ถูกปกป้องโดยแสงแดด) พบว่าระดับของ ADAMTSL6 บริเวณหนังตานั้นน้อยกว่าอย่างมีนัยสำคัญ และเมื่อทดลองทำการตัดการทำงานของ ADAMTSL6 ก็พบว่าเกิดความผิดปกติของ Fibrillin จึงทำให้การรักษาระดับของ ADAMTSL6 เป็นส่วนสำคัญในการรักษาโครงสร้างของ Papillary Dermis เพื่อช่วยรักษาโครงสร้างค้ำยันและความอ่อนนุ่มของผิวได้
ส่วนผสมสำคัญใน IPSA Eye Cream Ultimate (ปริมาณ 23 กรัม ราคา 3,700 บาท) อย่าง Retinol ที่เขาเคยทำการศึกษาและพบว่าช่วยเสริมการสร้าง Hyaluronic Acid เพื่อเพิ่มวอลลุ่มให้กับผิว เสริมการสร้างคอลลาเจน I และ III ซึ่งเป็นคอลลาเจนที่สำคัญต่อโครงสร้างผิว และทำให้ผิวชั้นขี้ไคลมีความอ่อนนุ่มแล้ว งานวิจัยล่าสุดทำให้ทางเครือ Shiseido ไปทำการศึกษาเพิ่มเติมและเผยแพร่ข้อมูลข้อมูลในปี 2025 ว่าส่วนผสมตัวนี้ยังช่วยเสริมการสร้างคอลลาเจน V ที่มีความสำคัญต่อชั้น Papillary Dermis อีกด้วย
AMINO5EP หรือสารประกอบเชิงซ้อนของกรดอะมิโนห้าชนิดและสารสกัดจากเมล็ดคามีเลีย โดยส่วนผสมใหม่อย่าง Camellia Japonica Seed Extract จากการหาข้อมูลเพิ่มเติมก็พบว่าทางเครือ Shiseido ได้มีการจดสิทธิบัตรว่าช่วยเสริมการแสดงออกของคอลลาเจน VI ที่สำคัญต่อโครงสร้าง Papillary Dermis และยังจดสิทธิบัตรว่ามันเสริมการแสดงออกของโปรตีน ADAMTSL6 ที่เป็นกุญแจสำคัญของ Fibrillin ในเส้นใย Oxytalan กับ Elaunin ที่เป็นโครงสร้างค้ำยันที่สำคัญของ Papillary Dermis อีกด้วย
ส่วนกรดอะมิโน 5 ชนิดอย่าง Hydroxyproline + Arginine HCL + Betaine + Serine + Glutamic Acid เป็นส่วนผสมพื้นฐานในกลุ่ม Ultimate ที่มีคุณสมบัติรวม ๆ ในการเสริมการพัฒนาของปราการผิว ลดโปรตีนคล้ำเหลืองจาก AGEs เสริมความชุ่มชื้น และทำให้กระบวนการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติเป็นไปตามปกติ
นอกจากนี้ในสูตรก็ยังมี Potassium Methoxysalicylate หรือ 4MSK ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของ Salicylic Acid และถูกใช้เป็นสารไวท์เทนนิ่งมาตั้งแต่ปี 2003 แต่เมื่อปี 2025 มีการตีพิมพ์งานวิจัยเพื่อยืนยันกลไกในการทำงานถึงสองระดับและมีการทดสอบทางคลีนิคกับมนุษย์เพื่อยืนยันผล
1. Melanocyte – ต้านเอนไซม์ไทโรซิเนส เพื่อช่วยลดเมลานิน เพิ่มความกระจ่างใส
2. Keratinocyte – เสริมการพัฒนาตัวของเซลล์เคราตินโดยกระตุ้นตัวชี้วัดที่สำคัญทั้งต้นทาง (keratin 1 กับ keratin 10) และปลายทาง (filaggrin กับ involucrin)
อีกสองส่วนผสมสำคัญนั้นเน้นไปที่โครงสร้างของชั้น Basement Membrane ที่คอยยึดระหว่างผิวชั้นนอก (Epidermis) และผิวชั้นใน (Dermis) และมีความสำคัญต่อคุณภาพผิวและเรื่องริ้วรอย
Potentilla Erecta Root Extract นั้นได้รับการจดสิทธิบัตรโดยเครือ Shiseido ว่ามีคุณสมบัติเหมือนกับสาร CGS27023A ในการต้านเอนไซม์ Gelatinase โดย Gelatinase A (MMP-2) และ Gelatinase B (MMP-9) นั้นถูกกระตุ้นโดยรังสี UV จากแสงแดดจะมีอยู่มากใน Basal Layer อันเป็นส่วนที่ลึกสุดของผิวชั้นนอก เอนไซม์นี้ไปทำลาย Collagen IV ที่เป็นส่วนของโครงสร้างสำคัญของชั้น Basement Membrane
Centaurea Cyanus Flower Extract มีการจดสิทธิบัตรในการเสริมการสร้าง Collagen IV กับ CollagenVII และ Laminin 5 ซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญของโครงสร้าง Basement Membrane นั่นเอง
โดยสรุปสั้น ๆ คือเขาพบว่าชั้น Papillary Dermis นั้นสำคัญ เป็นตัวช่วยซับแรงเครียดจากภายนอก ปกป้องผิวชั้นใน ช่วยลดการเกิดร้ิวรอยก่อนวัยได้ด้วย การศึกษาของเขายังพบคุณสมบัติของ Retinol ช่วยในการเสริมคอลลาเจนรอง และเมื่อไปสกรีนส่วนผสมและพบว่าสารสกัดเมล็ดคามีเลียที่เป็นส่วนผสมที่ถูกเพิ่มเข้ามาใหม่มาช่วยเสริมทั้งคอลลาเจนรองและโปรตีนที่สำคัญต่อเส้นใยอีลาสติกของชั้น Papillary Dermis จึงนำมารวมกับส่วนผสมที่เคยถูกใช้ในกลุ่ม Ultimate และในแบรนด์ IPSA อยู่แล้วในการดูแลผิวชั้นนอก (Epidermis) จากกรดอะมิโน 5 ชนิด ลดความหมองคล้ำให้เนื้อผิวดูกระจ่างด้วย 4MSK นั่นเอง
Ingredients : Water, Pentaerythrityl Tetraethylhexanoate, Dipropylene Glycol, Hydrogenated Polydecene, Glycerin Behenyl Alcohol, Butylene Glycol, Dimethicone, Potassium Methoxysalicylate, Petrolatum, Hydrogenated Palm Oil, Stearyl Alcohol, Maltitol, Beheneth-20, Elaeis Guineensis Kernel Oil, Phenoxyethanol, Copernicia Cerifera Wax, Elaeis Guineensis Oil, Hydrogenated Polyisobutene, Polyvinyl Alcohol, Microcrystalline Wax, Carbomer, Oenothera Biennis Oil, Xanthan Gum, Potassium Hydroxide, BHT, Polysorbate 20, Disodium EDTA, Retinol, Hydroxyproline, Sodium Metaphosphate, Arginine HCL, Betaine, Serine, Tocopheryl Acetate, C 77492, Tocopherol, Glutamic Acid, Sodium Metabisulfite, Centaurea Cyanus Flower Extract, Camellia Japonica Seed Extract, Potentilla Erecta Root Extract, Citric Acid.
บรรจุภัณฑ์ของ IPSA Eye Cream Ultimate ก็เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ Retinol อื่น ๆ ของเครือ Shiseido ที่ใช้ Retinol TripleLock Technology ซึ่งเป็นการคงความเสถียรของเรตินอลถึง 3 ระดับ
1. การทำสูตรด้วยการใช้ออยล์ที่ลดการเสื่อมสลายของเรตินอล
2. การใช้โรงงานผลิตและบรรจุที่ลดการสัมผัสแสงและอากาศ
3. การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ปกป้องสูตรจากแสงและออกซิเจน
โดยตัวหลอดที่เราเห็นจะถูกผนึกอย่างสมบูรณ์ก่อนเปิดใช้ และเมื่อเปิดใช้แล้ว ปลายหลอดที่ออกแบบมาให้มีซีล ไม่ให้มีอากาศหรือออกซิเจนย้อนกลับเข้าไปได้ จะช่วยคงประสิทธิภาพของเรตินอลได้ยาวนานครับ
เนื้อผลิตภัณฑ์ของ IPSA Eye Cream Ultimate เป็นครีมเข้มข้น ปราศจากส่วนผสมของน้ำหอม และโดยรวมค่อนข้างอ่อนโยนครับ เขาไม่ได้บอกปริมาณความเข้มข้นของ Retinol มา แต่คิดว่าจะเป็นไมโครโดส เน้นการเสริมการทำงานด้วยสารสกัดอื่น ๆ ที่ใส่มา นอกจากนี้
ตัวนี้สามารถทารอบดวงตาและทาในจุดที่กังวลเรื่องริ้วรอยได้ อย่างหว่างคิ้ว ร่องแก้ม มุมปาก หรือหน้าผาก และถ้าเงินไม่ใช่ปัญหา ทาทั้งหน้าก็ได้ ไม่ผิดอะไรครับ ส่วนตัวปูเป้ลองทาทั้งหน้าตอนกลางคืนใช้แทนไนท์ครีมได้ดีเลย
สำหรับการใช้เป็นอายครีมในตอนกลางวัน ให้ใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์กันแดดเพื่อช่วยปกป้องเรตินอลและปกป้องผิวจากความเสียหายจากแสงแดดร่วมด้วยเป็นประจำครับ
สำหรับใครที่สนใจ IPSA Eye Cream Ultimate สามารถหาซื้อได้ที่เคาน์เตอร์ IPSA ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ รวมถึงช่องทางออนไลน์ของแบรนด์อย่าง Lazada และ Central Online ซึ่งมีโปรโมชั่นดี ๆ อยู่เรื่อย ๆ ด้วยล่ะ ยังไงก็สามารถติดตามข่าวสารของทางแบรนด์ได้ทาง Facebook : IPSA Thailand ด้วยนะฮะ







